การผ่าตัดรักษา Peri-implantitis: ทำไมต้องกำจัด Granulation Tissue ก่อนการสร้างกระดูกใหม่

Jul 20, 2026Mr. Bur

การผ่าตัดรักษา Peri-implantitis ไม่ได้เริ่มต้นจากการใส่วัสดุปลูกกระดูก (Bone Graft) แต่เริ่มต้นจากการกำจัด Granulation Tissue ที่อักเสบ ซึ่งอยู่ภายในรอยโรคกระดูกรอบรากเทียม (Peri-implant Defect)

การกำจัด Granulation Tissue อย่างทั่วถึง (Surgical Degranulation) ช่วยเพิ่มการมองเห็นบริเวณผ่าตัด เปิดเผยพื้นผิวรากเทียมที่มีการปนเปื้อน และสร้างสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการทำความสะอาดพื้นผิวรากเทียม (Implant Surface Decontamination) และการรักษาเพื่อการสร้างกระดูกใหม่ (Regenerative Treatment)

หากละเลยขั้นตอนนี้ เนื้อเยื่ออักเสบอาจบดบังรอยโรค ทำให้การวางวัสดุปลูกกระดูกหรือแผ่นกั้นเนื้อเยื่อ (Barrier Membrane) มีประสิทธิภาพลดลง

ชุดหัวกรอ MR.BUR Degranulation Kit สำหรับกำจัด Granulation Tissue และเนื้อเยื่ออักเสบอย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับการรักษา Peri-implantitis การเตรียมตำแหน่งผ่าตัดก่อน Bone Grafting, Guided Bone Regeneration (GBR) และงานศัลยกรรมรากฟันเทียม โดยช่วยลดการกระทบกระเทือนต่อกระดูกและเนื้อเยื่อโดยรอบ

Peri-implantitis คืออะไร?

Peri-implantitis คือโรครอบรากฟันเทียมอักเสบที่มีสาเหตุจากคราบจุลินทรีย์ (Plaque-associated Inflammatory Disease) ส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบรากเทียม

แตกต่างจาก Peri-implant Mucositis ซึ่งการอักเสบจำกัดอยู่เฉพาะเนื้อเยื่อเมือกรอบรากเทียม โดย Peri-implantitis จะมีการสูญเสียกระดูกที่รองรับรากเทียมอย่างต่อเนื่อง

เมื่อโรคลุกลาม รอยโรคของกระดูกอาจเต็มไปด้วย Granulation Tissue ซึ่งประกอบด้วย

  • เซลล์อักเสบ

  • จุลชีพ

  • เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน

  • เศษซากของเนื้อเยื่อ

Granulation Tissue เหล่านี้อาจส่งผลให้

  • บดบังลักษณะที่แท้จริงของรอยโรคกระดูก

  • จำกัดการเข้าถึงพื้นผิวรากเทียม

  • ลดทัศนวิสัยระหว่างการผ่าตัด

  • รบกวนขั้นตอนการรักษาเพื่อการสร้างกระดูกในลำดับถัดไป

เมื่อการรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Non-surgical Therapy) ไม่สามารถควบคุมการอักเสบได้ อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด เพื่อให้สามารถเข้าถึงพื้นผิวรากเทียมและรอยโรคของกระดูกได้โดยตรง แนวทางเวชปฏิบัติของ European Federation of Periodontology (EFP) แนะนำให้เลือกแนวทางรักษาตามความรุนแรงของโรค ลักษณะของรอยโรค และปัจจัยของผู้ป่วยแต่ละราย

ภาพเปรียบเทียบรากฟันเทียมปกติ (Healthy Dental Implant), Peri-implant Mucositis และ Peri-implantitis แสดงการอักเสบของเนื้อเยื่อรอบรากฟันเทียม การเกิด Granulation Tissue คราบปนเปื้อนบนเกลียวรากฟันเทียม (Contaminated Implant Threads) และการสูญเสียกระดูกรอบรากฟันเทียม (Bone Loss) เพื่อใช้ประกอบการวินิจฉัยและวางแผนการรักษา

Surgical Degranulation คืออะไร?

คือการกำจัด Granulation Tissue ที่อักเสบ รวมถึงเศษเนื้อเยื่ออ่อนภายในรอยโรคกระดูกรอบรากเทียม หลังจากเปิดแผ่นเหงือก (Flap Elevation)

โดยวัตถุประสงค์หลักเพื่อ

  • เปิดให้เห็นขอบเขตของรอยโรครอบรากเทียมทั้งหมด

  • เพิ่มการเข้าถึงเกลียวรากเทียมที่มีการปนเปื้อน

  • กำจัดเนื้อเยื่ออักเสบอย่างเป็นระบบ

  • รักษากระดูกที่ยังมีสุขภาพดีไว้ให้มากที่สุด

  • เตรียมบริเวณผ่าตัดสำหรับการทำความสะอาดพื้นผิวรากเทียมหรือการสร้างกระดูกใหม่ในขั้นตอนต่อไป

การกำจัด Granulation Tissue ยังมีความสำคัญต่อการประเมินรูปร่างของรอยโรค (Defect Configuration) ได้อย่างถูกต้อง แม้ว่าภาพรังสีจะบ่งชี้การสูญเสียกระดูกได้ แต่รูปร่างของรอยโรคที่แท้จริงมักจะเห็นได้ชัดเจนหลังจากเปิดแผ่นเหงือกและกำจัดเนื้อเยื่ออักเสบแล้ว


ทำไมต้องทำ Degranulation ก่อนการทำ GBR?

Guided Bone Regeneration (GBR) จำเป็นต้องอาศัยบริเวณผ่าตัดที่ได้รับการเตรียมอย่างเหมาะสม

การใส่วัสดุปลูกกระดูกลงในรอยโรคที่ยังมีเนื้อเยื่ออักเสบอยู่ ไม่สามารถแก้ไขสาเหตุของการปนเปื้อนที่แท้จริงได้

ก่อนทำ Bone Grafting ทันตแพทย์ควร

  • มองเห็นบริเวณผ่าตัดได้อย่างชัดเจน

  • กำจัดเนื้อเยื่อที่เป็นโรคออกทั้งหมด

  • เข้าถึงพื้นผิวรากเทียมเพื่อทำความสะอาดได้อย่างสมบูรณ์

รอยโรคที่ผ่านการทำ Degranulation อย่างเหมาะสมจะช่วยให้

  • ทำความสะอาดพื้นผิวรากเทียมได้ทั่วถึงมากขึ้น

  • วางวัสดุปลูกกระดูกได้แนบสนิทยิ่งขึ้น

  • วางแผ่นกั้นเนื้อเยื่อได้แม่นยำ

  • เกิดลิ่มเลือดที่มีความเสถียร

  • จัดการแผลผ่าตัดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

หลักการทางชีววิทยานี้ยังใช้กับ Guided Tissue Regeneration (GTR) โดยควรกำจัดเนื้อเยื่ออักเสบก่อนวางวัสดุปลูกกระดูกและแผ่นกั้นเนื้อเยื่อเช่นกัน

การรักษาแบบสร้างกระดูกใหม่ (Reconstructive Treatment) อาจพิจารณาใช้ในรอยโรคชนิด Intra-osseous Peri-implant Defect ที่เหมาะสม แต่การตัดสินใจควรขึ้นอยู่กับลักษณะของรอยโรคและปัจจัยทางคลินิกอื่น ๆ ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนว่ารอยโรค Peri-implantitis ทุกกรณีควรรักษาด้วยแนวทางการสร้างกระดูกแบบเดียวกัน

 

ภาพแสดง 4 ขั้นตอนการผ่าตัดรักษา Peri-implantitis ได้แก่ การเปิดแผ่นเหงือก (Flap Elevation) การกำจัด Granulation Tissue ด้วย MR.BUR Degranulation Kit การทำความสะอาดผิวรากฟันเทียม (Implant Surface Decontamination) และการปลูกกระดูก (Bone Grafting) เมื่อมีข้อบ่งชี้ เพื่อเตรียมตำแหน่งผ่าตัดและส่งเสริมการสร้างกระดูกรอบรากฟันเทียม

ชุดหัว Degranulation Kit ช่วยในขั้นตอนนี้อย่างไร?

ชุดหัวสำหรับ Degranulation Kit จาก MR.BUR ออกแบบมาสำหรับขั้นตอนการกำจัด Granulation Tissue ในการผ่าตัดรักษา Peri-implantitis

ายในชุดประกอบด้วย หัวไดม่อน Extra Coarse จำนวน 4 ขนาด ได้แก่

  • RAXL10 - 1.0 มม.

  • RAXL25 - 2.5 มม.

  • RAXL30 - 3.0 มม.

  • RAXL35 - 3.5 มม.

หัวไดม่อนแต่ละขนาดช่วยให้ทันตแพทย์เลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะกับ

  • ความกว้างของรอยโรค

  • ความลึกของรอยโรค

  • การเข้าถึงบริเวณผ่าตัด

นอกจากนี้ยังออกแบบให้มี ก้านยาวพิเศษ (Extra-long Neck) เพื่อช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริเวณผ่าตัดที่ลึกหรือมีพื้นที่จำกัด พร้อมลดการบดบังทัศนวิสัยจากหัวของด้ามกรอ (Handpiece)

ชุดหัวกรอ MR.BUR Degranulation Kit ประกอบด้วยหัวกรอ RAXL10, RAXL25, RAXL30 และ RAXL35 สำหรับกำจัด Granulation Tissue ใน Peri-implant Defects ขนาดแคบ ขนาดมาตรฐาน ขนาดกว้าง และขนาดกว้างมาก ช่วยเลือกหัวกรอให้เหมาะกับลักษณะรอยโรครอบรากฟันเทียม เพิ่มความแม่นยำในการรักษา Peri-implantitis และเตรียมตำแหน่งผ่าตัดก่อน Bone Grafting หรือ GBR


ควรเลือกใช้หัวไดม่อน Degranulation รุ่นใด?

RAXL10: สำหรับรอยโรคที่แคบหรือเข้าถึงยาก

หัวไดม่อนขนาด 1.0 มม. เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำและการเข้าถึงสูง

เหมาะสำหรับ

  • รอยโรครอบรากเทียมที่มีขนาดแคบ

  • รอยโรคกระดูกลึก

  • การเข้าถึงบริเวณซอกฟัน (Interproximal)

  • การทำงานรอบเกลียวรากเทียม

เส้นผ่านศูนย์กลางขนาดเล็กช่วยให้เข้าถึงพื้นที่จำกัดได้ โดยไม่จำเป็นต้องขยายพื้นที่ผ่าตัดเกินความจำเป็น

RAXL25: สำหรับการทำ Degranulation ทั่วไป

หัวไดม่อนขนาด 2.5 มม. ให้สมดุลระหว่างการเข้าถึงและประสิทธิภาพในการกำจัดเนื้อเยื่อ

เหมาะสำหรับ

  • รอยโรครอบรากเทียมขนาดปานกลาง

  • การทำ Surgical Degranulation ทั่วไป

  • การกำจัดเนื้อเยื่ออักเสบอย่างควบคุมได้

  • บริเวณที่สามารถมองเห็นและเข้าถึงได้ดี

RAXL30: สำหรับรอยโรคขนาดกว้างขึ้น

หัวไดม่อนขนาด 3.0 มม. มีพื้นที่ทำงานมากขึ้น เหมาะกับรอยโรคที่มี Granulation Tissue ปริมาณมาก

เหมาะสำหรับ

  • รอยโรคขนาดปานกลางถึงขนาดใหญ่

  • พื้นที่ที่มีเนื้อเยื่ออักเสบกระจายกว้าง

  • กรณีที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเนื้อเยื่อ

RAXL35: สำหรับบริเวณผ่าตัดขนาดใหญ่

หัวไดม่อนขนาด 3.5 มม. เหมาะสำหรับรอยโรคขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ทำงานเพียงพอ

พื้นผิวการทำงานที่กว้างขึ้นอาจช่วยลดจำนวนครั้งในการเคลื่อนเครื่องมือ แต่ควรเลือกใช้เฉพาะในกรณีที่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการทำงาน


ทำไมจึงควรมีหัวไดม่อนหลายขนาด?

รอยโรครอบรากเทียมมีรูปร่างและขนาดแตกต่างกันอย่างมาก รอยโรคแคบบริเวณซอกฟันไม่สามารถใช้แนวทางเดียวกับรอยโรคแบบล้อมรอบรากเทียม (Circumferential Defect)

หลักการทั่วไป คือ

  • หัวไดม่อนขนาดเล็ก ให้ความแม่นยำสูงในพื้นที่จำกัด

  • หัวไดม่อนขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในรอยโรคที่กว้าง

  • การเลือกหัวไดม่อนควรอ้างอิงจากลักษณะของรอยโรค มากกว่าความรวดเร็วในการทำงาน

การเริ่มต้นด้วยเครื่องมือที่สามารถเข้าถึงรอยโรคได้อย่างปลอดภัย ช่วยรักษากระดูกที่ยังสมบูรณ์และเพิ่มการควบคุมระหว่างการผ่าตัด


หลักการทางคลินิกสำหรับการทำ Rotary Degranulation

การกำจัด Granulation Tissue ด้วยเครื่องมือ Rotary ควรทำอย่างระมัดระวัง โดยควรใช้

  • การหล่อเย็นด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Sterile Irrigation) อย่างเพียงพอ

  • แรงกดที่เบาและควบคุมได้

  • การเคลื่อนเครื่องมืออย่างต่อเนื่อง

  • การมองเห็นบริเวณทำงานที่ชัดเจน

  • การกำจัดเนื้อเยื่ออักเสบอย่างเป็นระบบ

เมื่อกำจัด Granulation Tissue เรียบร้อยแล้ว ควรประเมินรอยโรคอีกครั้งก่อนดำเนินการทำความสะอาดพื้นผิวรากเทียม การวางวัสดุปลูกกระดูก หรือการวางแผ่นกั้นเนื้อเยื่อ


สรุปสาระสำคัญทางคลินิก

ความสำเร็จของการรักษา Peri-implantitis ด้วยการสร้างกระดูกใหม่ เริ่มต้นจากการเตรียมบริเวณผ่าตัด ไม่ใช่การใส่วัสดุปลูกกระดูกเพียงอย่างเดียว

การทำ Surgical Degranulation อย่างพิถีพิถันช่วยกำจัดเนื้อเยื่ออักเสบ เปิดเผยรูปร่างที่แท้จริงของรอยโรคกระดูก และเปิดทางให้เข้าถึงพื้นผิวรากเทียมที่ปนเปื้อนได้โดยตรง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการทำความสะอาดพื้นผิวรากเทียมและการรักษาเพื่อการสร้างกระดูกในลำดับถัดไป

หัวไดม่อนหลายขนาด ก้านยาวพิเศษ และพื้นผิว Extra Coarse Diamond ของชุด Degranulation Kit จาก MR.BUR ช่วยให้ทันตแพทย์เลือกใช้เครื่องมือได้เหมาะกับลักษณะของรอยโรคแต่ละแบบ พร้อมคงไว้ซึ่งการเข้าถึง ทัศนวิสัย และการควบคุมระหว่างการผ่าตัด

ชุดหัวกรอ MR.BUR Degranulation Kit สำหรับงานรากฟันเทียม (Implantology) และศัลยกรรมปริทันต์ (Periodontal Surgery) ประกอบด้วยหัวกรอคอยาวพิเศษ 4 ขนาด พร้อมกล่องใส่หัวกรอสีน้ำเงิน ช่วยกำจัด Granulation Tissue และทำ Surgical Debridement ได้อย่างแม่นยำ เข้าถึงตำแหน่งลึกได้ง่าย เหมาะสำหรับการรักษา Peri-implantitis และการเตรียมตำแหน่งผ่าตัดก่อน Bone Grafting และ Guided Bone Regeneration (GBR)


FAQ:

จำเป็นต้องทำ Degranulation ทุกครั้งในการผ่าตัดรักษา Peri-implantitis หรือไม่?

หากรอยโรคมี Granulation Tissue อยู่ภายใน จำเป็นต้องกำจัดออกเพื่อเปิดเผยพื้นผิวรากเทียม ประเมินรูปร่างของรอยโรค และเตรียมบริเวณผ่าตัดสำหรับการรักษาในขั้นตอนต่อไป

ามารถปลูกกระดูกทันทีหลังทำ Degranulation ได้หรือไม่?

สามารถพิจารณาทำ Bone Grafting ได้หลังจากทำ Degranulation และทำความสะอาดพื้นผิวรากเทียมแล้ว หากลักษณะของรอยโรคและสภาวะทางคลินิกเหมาะสมสำหรับการรักษาแบบสร้างกระดูกใหม่

หัวไดม่อนขนาดใหญ่ที่สุดให้ผลลัพธ์ดีที่สุดหรือไม่?

ไม่เสมอไป หัวไดม่อนขนาดใหญ่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในรอยโรคที่กว้าง ขณะที่หัวไดม่อนขนาดเล็กให้ความแม่นยำมากกว่าในบริเวณแคบหรือรอยโรคที่ลึก การเลือกใช้ควรพิจารณาจากการเข้าถึงและลักษณะของรอยโรคเป็นหลัก

หัวไดม่อนที่มีก้านยาวพิเศษมีประโยชน์อย่างไร?

ก้านที่ยาวช่วยให้เข้าถึงรอยโรคที่ลึกได้ง่ายขึ้น และลดการบดบังทัศนวิสัยจากหัวของด้ามกรอระหว่างการผ่าตัด

ชุดหัว Degranulation Kit ของ Mr.Bur สามารถใช้กับหัตถการอื่นได้หรือไม่?

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ชุดเครื่องมือนี้ยังสามารถประยุกต์ใช้ในการผ่าตัดปริทันต์ การผ่าตัดปลายรากฟัน (Apicoectomy) การผ่าตัดถุงน้ำ (Cystectomy) การนำเศษรากฟันออก และการเตรียมบริเวณผ่าตัดก่อนการปลูกกระดูกได้ด้วย

 

Diamond Burs, Carbide Burs, Surgical & Lab Use Burs, Endodontic burs, IPR Kit, Crown Cutting Kit, Gingivectomy Kit, Root Planning Kit, Orthodontic Kit, Composite Polishers, High Speed Burs, Low Speed Burs

หน้าหลัก สินค้าทั้งหมด

 

เพิ่มเพื่อนUpdate ข่าวสารและโปรโมชั่นก่อนใคร

Contact Us

More articles