หัวกรอหัก เกิดจากอะไร? รวมสาเหตุและวิธีป้องกันที่ทันตแพทย์ควรรู้

Dec 05, 2025Mr. Bur

หัวกรอฟัน (Dental Bur) เป็นเครื่องมือสำคัญในงานทันตกรรมแทบทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็นการกรอแต่งฟัน การเตรียมโพรงฟัน การตกแต่งผิววัสดุบูรณะ หรือการผ่าตัดในช่องปาก อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหัวกรอจะถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานทางคลินิก แต่ทันตแพทย์จำนวนไม่น้อยยังพบปัญหา หัวกรอหัก สั่น หรือหลุดออกจากด้ามกรอระหว่างการรักษา

ในหลายกรณี สาเหตุไม่ได้เกิดจากคุณภาพของหัวกรอ แต่เกิดจาก วิธีการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง เทคนิคการกรอที่ไม่เหมาะสม หรือการเลือกใช้หัวกรอไม่ตรงกับชนิดของด้ามกรอ (Handpiece)

การเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของการแตกหักของหัวกรอ จะช่วยให้ทันตแพทย์เพิ่มความปลอดภัยในการรักษา เพิ่มประสิทธิภาพการกรอ และยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้รวบรวม 5 สาเหตุที่ทำให้หัวกรอหัก พร้อมแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องในทางคลินิก


1. ใส่หัวเข้าด้ามกรอไม่สุด 

หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการหักของหัวกรอ เกิดขึ้นตั้งแต่ ก่อนเริ่มกรอฟัน นั่นคือขั้นตอนการใส่หัวกรอเข้ากับด้ามกรอ

ทันตแพทย์บางท่านเลือกใส่หัวกรอไม่สุด เนื่องจากรู้สึกว่าความยาวของหัวกรอไม่เพียงพอ จึงล็อกหัวกรอไว้ในตำแหน่งที่ก้าน (Shank) ยังเสียบเข้าไปไม่เต็มระยะ ส่งผลให้ระบบการหมุนของหัวกรอไม่มั่นคงและยึดจับได้ไม่สมบูรณ์

ผลที่ตามมาคือ หัวกรอมีโอกาสเกิดการ ลื่น สั่น งอ หรือแตกหักระหว่างใช้งาน ได้ง่ายกว่าปกติ

เมื่อหัวกรอเสียบเข้าไม่สุด จะเกิดผลกระทบดังนี้

  • ก้านได้รับการรองรับไม่สม่ำเสมอ

  • สมดุลของการหมุน (Rotational Balance) ลดลง

  • แรงทางกลจะกระจุกตัวบริเวณที่อ่อนแอที่สุดของก้านหัวกรอ

ปัจจัยเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงที่หัวกรอจะหลุดหรือหักอย่างฉับพลันระหว่างการรักษา

แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง

ควรเสียบหัวกรอเข้าไปในด้ามกรอจนสุดจนรู้สึกถึงแรงต้าน จากนั้นจึงล็อกระบบยึดจับทุกครั้ง หัวกรอ Mr.Bur มีความยาวก้านให้เลือกเหมาะกับแต่ละหัตถการ ได้แก่

  • ก้านสั้น สำหรับงานทันตกรรมเด็ก หรือคนไข้ที่มีข้อจำกัดในการอ้าปาก เช่น ผู้สูงอายุ

  • ก้านปกติ สำหรับงานทั่วไป

  • ก้านยาวพิเศษ สำหรับการเข้าถึงฟันหลังหรือบริเวณที่เข้าถึงได้ยาก

การเลือกความยาวก้านที่เหมาะสมช่วยให้การหมุนมีเสถียรภาพ ลดแรงสั่นสะเทือน และถ่ายทอดแรงบิด (Torque) ได้อย่างปลอดภัยตลอดการรักษา

ภาพเปรียบเทียบหัวกรอ MR.BUR แบบ Standard Bur และ Extended Bur แสดงความแตกต่างของความยาวก้าน เพื่อการเข้าถึงฟันกรามและฟันคุด (Posterior Access) ที่ดีขึ้น เพิ่มการมองเห็นในช่องปาก และเหมาะสำหรับ Oral Surgery, Crown Preparation และ Third Molar Surgery

2. ใช้หัวกรอไม่ตรงกับประเภทของด้ามกรอ

ระบบก้านของหัวกรอแต่ละชนิดได้รับการออกแบบให้ใช้กับด้ามกรอ (Handpiece) เฉพาะประเภท หากเลือกใช้ไม่ถูกต้อง จะทำให้เกิดแรงเค้นทางกลและแรงสั่นสะเทือนสูงกว่าปกติ

ตัวอย่างการใช้งานที่ไม่เหมาะสม ได้แก่

  • FG bur กับด้ามกรอช้า

  • RA bur กับด้ามกรอเทอร์ไบน์ กรอเร็ว

  • HP bur กับด้าม Contra-angle

เมื่อหัวกรอถูกใช้งานร่วมกับด้ามกรอที่ไม่รองรับ จะเกิด

  • การสั่นสะเทือนมากผิดปกติ

  • การส่งแรงบิดไม่สม่ำเสมอ

  • การกระจายแรงตลอดแนวก้านไม่สมดุล

เมื่อใช้งานต่อเนื่อง จะทำให้โลหะเกิดความล้า (Metal Fatigue) เกิดรอยแตกร้าวระดับจุลภาค (Microfracture) และส่งผลให้หัวกรอหักในที่สุด

แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง

เลือกใช้หัวกรอให้ตรงกับประเภทของด้ามกรอเสมอ

  • FG bur สำหรับด้ามกรอเร็ว (High-Speed Handpiece)

  • RA bur สำหรับต่อด้าม Contra-angle

  • HP bur สำหรับต่อด้ามตรง (Straight Handpiece)

การจับคู่หัวกรอกับด้ามกรออย่างถูกต้อง ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน ลดแรงเค้นทางกล และเพิ่มทั้งประสิทธิภาพการตัดและอายุการใช้งานของหัวกรอ

MR.BUR Product Collections รวบรวมหัวกรอทันตกรรม (Dental Burs) ชุดหัวกรอ (Dental Bur Kits) หัวไดม่อน (Diamond Burs) หัวกรอคาร์ไบด์ (Tungsten Carbide Burs) และเครื่องมือโรตารีทางทันตกรรม (Dental Rotary Instruments) สำหรับงานบูรณะ ศัลยกรรมช่องปาก จัดฟัน รากเทียม และทันตกรรมทุกสาขา

3. ออกแรงกดมากเกินไปขณะกรอฟัน 

ทันตแพทย์หลายท่านอาจเข้าใจว่าการออกแรงกดมากจะช่วยให้กรอฟันได้เร็วขึ้น แต่ในความเป็นจริง การออกแรงมากเกินไปกลับทำให้หัวกรอเสื่อมสภาพเร็วและเพิ่มโอกาสแตกหัก

แรงกดที่มากเกินไปทำให้เกิด

  • ความร้อนสะสมทั้งที่ตัวฟันและหัวกรอ

  • แรงบิด (Torsional Stress) ที่ก้านหัวกรอเพิ่มขึ้น

  • แรงดัดงอที่เกินขีดจำกัดการรับแรงของหัวกรอ

ผลลัพธ์คือโลหะเกิดความล้าอย่างรวดเร็ว และอาจแตกหักได้ทันที โดยเฉพาะหัวกรอที่มีลักษณะเรียวยาวหรือมีขนาดเล็ก

แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง

หัวกรอคุณภาพสูงในปัจจุบันได้รับการออกแบบให้สามารถตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยแรงกดที่เบาลง

เทคนิคที่ถูกต้องคือ

  • ใช้แรงกดอย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอ

  • เคลื่อนหัวกรออย่างต่อเนื่อง

  • ปล่อยให้ประสิทธิภาพของหัวกรอเป็นผู้ทำหน้าที่ตัด

หลักการนี้ยิ่งมีความสำคัญกับหัวกรอที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น หัวกรอของ Mr. Bur ซึ่งได้รับการออกแบบให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพโดยไม่จำเป็นต้องใช้แรงกดมาก

4. กรอในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง

อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้หัวกรอหัก คือการออกแรงในทิศทางที่ไม่สอดคล้องกับการออกแบบของหัวกรอ

ตัวอย่างเช่น

  • กรอในทิศทางย้อนขึ้น แทนที่จะกรอลงไปทางแนวเหงือก

  • ออกแรงด้านข้างมากเกินไป แทนการกรอตามแนวการตัดของหัวกรอ

ลักษณะการใช้งานดังกล่าวทำให้เกิด

  • แรงดัดด้านข้าง (Lateral Bending Stress)

  • การกระจุกตัวของแรงในบางตำแหน่ง

  • ความล้าจากการดัดงอ (Flexural Fatigue) บริเวณส่วนที่เล็กที่สุดของหัวกรอ

เมื่อได้รับแรงด้านข้างซ้ำ ๆ หัวกรอจะอ่อนตัวลงและมีโอกาสหักสูงขึ้นอย่างมาก

แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง

ควรกรอตามทิศทางการทำงานที่หัวกรอถูกออกแบบไว้ และเคลื่อนหัวกรอจากโครงสร้างฟันที่มั่นคงไปยังบริเวณที่ต้องการกรอลด

การควบคุมทิศทางการกรออย่างเหมาะสมช่วยกระจายแรงได้สม่ำเสมอ ลดแรงดัดงอ และลดความเสี่ยงที่หัวกรอจะเสียหาย

MR.BUR One Slice IPR Kit ประกอบด้วยหัวกรอ IPR 20 ชิ้น สำหรับ Interproximal Reduction, Enamel Reduction, Clear Aligner Treatment, Invisalign Treatment และ Orthodontics ออกแบบเพื่อการลดผิวฟันระหว่างซี่อย่างแม่นยำและสม่ำเสมอ

5. “Rebound” หัวกรอเด้งกลับเมื่อใส่เข้าด้ามกรอ เป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

หากสังเกตว่าหัวกรอมีอาการ เด้งกลับ (Spring-back หรือ Rebound) ขณะเสียบเข้าด้ามกรอ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าระบบยึดจับภายในหัวจับ (Chuck) เริ่มสึกหรอ หรือเกิดความไม่เข้ากันระหว่างหัวกรอกับด้ามกรอ

แม้ว่าจะรู้สึกเหมือนหัวกรอถูกล็อกแล้ว แต่จริง ๆ แล้วอาจยึดจับได้ไม่สมบูรณ์

ภาวะนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อ

  • หัวกรอหลุดออกระหว่างการหมุน

  • หัวกรอแตกหักขณะใช้งาน

  • การบาดเจ็บต่อผู้ป่วยหรือทันตแพทย์

แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง

หากพบอาการเด้งกลับหรือรู้สึกว่าระบบล็อกไม่แน่น ควร

  • หยุดใช้งานด้ามกรอทันที

  • ทดลองเปลี่ยนหัวกรอใหม่

  • ส่งตรวจเช็กหรือซ่อมบำรุงด้ามกรอ

ไม่ควรมองข้ามสัญญาณเตือนนี้ เพราะอาจนำไปสู่อันตรายร้ายแรงระหว่างการรักษา

ทำไมการใช้งานหัวกรออย่างถูกต้องจึงมีความสำคัญทางคลินิก

การใช้งานหัวกรออย่างไม่เหมาะสมไม่ได้ทำให้หัวกรอหักเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพการรักษาอีกหลายด้าน ได้แก่

  • ประสิทธิภาพการตัดลดลง

  • คุณภาพพื้นผิวหลังการกรอไม่ดี

  • เกิดความร้อนสะสมมากขึ้น

  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการระคายเคืองโพรงประสาทฟัน (Pulpal Irritation) และอาการเสียวฟันหลังการรักษา (Post-operative Sensitivity)

  • ต้นทุนในการเปลี่ยนหัวกรอสูงขึ้น

  • เพิ่มความเสี่ยงระหว่างการรักษา

ในทางกลับกัน การใช้งานหัวกรออย่างถูกต้องช่วยให้

  • เพิ่มความแม่นยำในการรักษา

  • เพิ่มความสบายของผู้ป่วย

  • ควบคุมการทำงานได้ดีขึ้น

  • ยืดอายุการใช้งานของหัวกรอ

  • ลดต้นทุนการใช้งานในระยะยาว


สรุปสำหรับการใช้งานในทางคลินิก

หัวกรอฟันเป็นเครื่องมือที่มีความแม่นยำสูง จึงจำเป็นต้องใช้งานอย่างถูกวิธีเพื่อให้เกิดทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด

เพื่อป้องกันการแตกหักของหัวกรอ ควรยึดหลักสำคัญดังต่อไปนี้

  • เสียบหัวกรอเข้าด้ามกรอให้สุดก่อนล็อกทุกครั้ง

  • เลือกใช้หัวกรอให้ตรงกับประเภทของด้ามกรอ

  • ใช้แรงกดในการกรออย่างเบาและควบคุมได้

  • กรอตามทิศทางที่หัวกรอถูกออกแบบให้ทำงาน

  • สังเกตสัญญาณผิดปกติขณะใส่หัวกรอทุกครั้ง

หัวกรอไม่ควรถูกบังคับให้ทำงานเกินกว่าที่ออกแบบไว้ หากใช้งานอย่างถูกต้อง แม้แต่หัวกรอที่มีขนาดเล็กหรือมีความละเอียดสูง ก็สามารถตัดได้อย่างปลอดภัย นุ่มนวล และให้ผลลัพธ์ที่คาดการณ์ได้ในทุกหัตถการ

 

Diamond Burs, Carbide Burs, Surgical & Lab Use Burs, Endodontic burs, IPR Kit, Crown Cutting Kit, Gingivectomy Kit, Root Planning Kit, Orthodontic Kit, Composite Polishers, High Speed Burs, Low Speed Burs

หน้าหลัก สินค้าทั้งหมด

 

เพิ่มเพื่อนUpdate ข่าวสารและโปรโมชั่นก่อนใคร

 

Contact Us

More articles